Jaisalmer เมืองสีทองแห่งอินเดีย

Travel Story
12 เม.ย. 67
168
0

“อินเดีย” เมื่อพูดถึง หลายๆ คนอาจส่ายหน้า แต่สำหรับเรานี่คือการเดินทางมาอินเดียเป็นครั้งที่ 4  ประเทศที่เราหลงรัก

ถ้าถามว่าทำไม?

นั่นก็เพราะอินเดียเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ และการเดินทางมาในครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับเมืองที่ถูกขนานนามว่า “สีทอง” ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก ทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมที่ไม่มีแห่งใดบนโลกทำได้ รวมถึงเคยเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย

ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางมายังเมือง “ไจซัลเมอร์”

ปู๊น....เสียงหวูดรถไฟส่งสัญญาณเตือนขึ้นอีกครั้งก่อนที่รถไฟจะเข้าจอดที่สถานีไจซัลเมอร์ ตลอด 17 ชั่วโมงของการเดินทางจากนิวเดลี ทำเราปวดตัวและเหนื่อยล้าใช่เล่น

ที่เมืองนี้ หลายๆ โรงแรมจะมีบริการรับส่งจากสถานีรถไฟให้ฟรี ซึ่งเราได้นัดกับโรงแรมไว้ให้มารับตามเวลาที่กำหนด ก็เลยพุ่งตรงไปตามหาป้ายชื่อที่เขามารอรับไว้ ตอนนั้นเป็นเวลากลางคืนทุกอย่างมืดจนแทบมองไม่เห็น มีคนยื่นป้ายมารอรับ เราดีใจมากเหมือนได้เจอญาติที่รู้จัก เพราะเราเหนื่อยมากๆ กับการเดินทางบนรถไฟที่ผ่านมา จึงได้แต่รีบไปขึ้นรถ เดินทางไปโรงแรมเพื่อเอนกาย

เมื่อรถมาจอดที่หน้าโรงแรม ก็ได้เห็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง ตึกที่เป็นสีทองและสลักด้วยลวดลายที่สวยงาม “นี่ขนาดตอนกลางคืนนะเนี่ย” เราพูดเสียงดังกับเพื่อน เมื่อเห็นสถานที่ที่เรากำลังจะได้เข้าพักในคืนนี้

 

เมื่อเดินเข้าไปข้างในเหมือนเราได้กลายร่างเป็นมหารานี เพราะข้างในนั้นอลังการกว่าที่คิดไว้มาก ข้างนอกว่าสวยแล้ว ข้างในนี่เรียกได้ว่าคูณไปเลย 10 เท่า นี่คือโรงแรมธรรมดาๆ ไม่ใช่โรงแรม 5 ดาว หรือแพงอะไร แต่ด้วยความที่เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก่อน ทำให้ในทุกๆ พื้นที่ดูสวยงามและอลังการ

แล้วเราก็รีบอาบน้ำเข้านอนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตะลุยในวันถัดไป

เช้าวันถัดมา เราขึ้นไปดาดฟ้าของโรงแรมเพื่อกินข้าวเช้า และแน่นอนเราเห็นเมืองสีทองที่ส่องกระทบกับแสงของพระอาทิตย์ระยิบระยับตา ด้วยเมืองนี้เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของอินเดีย ทำให้คหบดีและพ่อค้าในยุคนั้นร่ำรวย จึงมีการสร้าง Haveli หรือคฤหาสน์ขึ้นมา โดยเน้นที่ความสวยงามเป็นหลัก ตึกรามบ้านช่องจะสร้างด้วยหินทรายทอง มีระเบียง ซุ้มหน้าต่างสไตล์ราชปุต ที่เมื่อโดนแสงอาทิตย์แล้วทั้งเมืองก็จะเป็นสีทอง เป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในทุกๆ การเดินทางที่เราเคยไป มันสวยงามเหมือนเดินในพิพิธภัณฑ์หรือวังของใครสักคน แต่ไม่ใช่ เพราะที่นี่เป็นแบบนี้ทั้งเมือง!

สถานที่แรกที่เราไปก็คือคฤหาสน์ Nathmalji Ki Haveli เป็นคฤหาสน์ที่มีความสูง 5 ชั้น ตรงทางเข้ามีงานแกะสลักรูปช่างตอนก่อสร้าง ซึ่งใช้ช่างเพียง 2 คนเท่านั้น และช่างเป็นพี่น้องกัน แบ่งกันแกะสลักคนละครึ่ง ทำให้งานแกะสลักออกมาดูไม่เหมือนกัน

จากนั้นไปยังคฤหาสน์ที่อลังการกว่าเดิม นั่นก็คือ Patwon Haveli คฤหาสน์ที่สร้างแห่งแรกของเมือง และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่าที่มีมูลค่าของมหาเศรษฐีในยุคนั้น

นอกจากที่เราจะได้เดินชมเมืองสุดแสนจะอลังการแล้ว ที่นี่ก็ยังมีของมากมายล่อตาล่อใจให้เราได้เสียตังค์กัน! ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาเชือกดึงรูปมหาราชาและมหารานีที่ถูกเย็บปักด้วยช่างฝีมือ หรือจะเป็นผ้าที่เย็บปักถักร้อยด้วยสีสันสดใสพร้อมลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์จนรู้สึกว่าถ้าไม่ซื้อกลับไปก็น่าจะเสียดายแย่

ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะเต็มไปด้วยสีทองแต่ก็ถูกแต่งเติมสีสันมากมายด้วยผู้คน วัฒนธรรม อาหาร สิ่งของที่ขายโดยพ่อค้าตามทาง และเสียงดนตรีที่เล่น เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์จนทำให้เราหลงใหล

หลังจากเราเดินเล่นในตัวเมืองเสร็จเราก็ขึ้นไปที่ป้อมปราการไจซัลเมอร์ หนึ่งไฮไลต์ของเมืองนี้ เพราะขึ้นไปเราจะได้เห็นวิวกว้างทั้งเมือง ได้เห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายบนป้อมปราการนี้ 

เราเดินเล่นกันไปพร้อมกับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์จาก Audio Guide ที่เขามีให้ นอกจากนี้มุมถ่ายรูปสวยๆ ยังมีเยอะมากๆ ให้เราได้เดินถ่ายเล่นกันทั้งวันกับเพื่อนแบบไม่มีเบื่อ

เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วก็ปิดท้ายกันด้วยการไปนั่งเรือชมวิวที่ Gadsisar Lake ซึ่งบรรยากาศดีมากๆ เราเหมาเรือนั่งกับเพื่อน 2 คน ดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบ มีฝูงนกโบยบินกลับรังในยามเย็น รวมถึงผู้คนที่ออกมาปั่นเรือ ทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างจากรีวิวที่หลายคนเคยเห็น หรือภาพจำที่มีต่อประเทศอินเดีย

ถ้าให้เลือกหนึ่งเมืองที่ถ้าใครมาอินเดียจะต้องมาเยือน “เมืองสีทอง” แห่งนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่อยากแนะนำ เรามั่นใจว่าเมืองนี้จะทำให้คุณหลงรักประเทศอินเดียเหมือนกับเรา :)

 

เรื่องและภาพ : Pigkaploy